ข้าวต้มกุ้งพิโรธ กลิ่นหอมรสจัดจ้านอุ่นลิ้นรับยามเช้า

เช้านี้จัดไป ! เมนูข้าวต้มกุ้งพิโรธ มีความสีสวยจากมันกุ้ง ทีเด็ดคือใส่กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย ไม่ต้องปรุงรสเพิ่มก็อร่อย อิ่มฟินไปยันเที่ยง

     จากที่เคยทำข้าวต้มกุ้ง แบบทั่วไปที่ใส่กุ้งสด ลองเปลี่ยนมาใส่กุ้งทอดกระเทียมกันดีไหม รับรองไม่น่าเบื่อและอร่อยรสจัดจ้าน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข้าวต้มกุ้งพิโรธ (Spicy Shrimp Boiled Rice) จากหนังสือ Breakfast Moment มื้อเช้านี้ดีต่อใจ สำนักพิมพ์ BUNBOOKS เขียนโดย คุณต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์ สูตรนี้มาพร้อมวิธีทำข้าวต้มขาวที่ใช้ข้าวสวยต้มกับน้ำเปล่าจนเม็ดข้าวบาน อุ่นซ้ำก็อร่อยไม่อืดง่าย และใส่กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียมพริกไทย แต่งหน้าด้วยผักชี


     ข้าวต้มกุ้งพิโรธ (Spicy Shrimp Boiled Rice) จากหนังสือ Breakfast Moment มื้อเช้านี้ดีต่อใจ สำนักพิมพ์ BUNBOOKS เขียนโดย คุณต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์

     ข้าวต้มกุ้งพิโรธนี่จะเรียกว่าเป็นเมนูประจำบ้านของเช้าเลยก็ว่าได้ บางครั้งทำตั้งแต่เช้าแล้วก็ลากยาวไปกินเป็นมื้อเที่ยงอีกรอบเลยก็มี เพราะข้อดีของมันก็คือไม่อืดง่ายเหมือนข้าวต้มทั่วไป และอุ่นซ้ำเท่าไหร่ก็ยังอร่อย

     แต่ให้นึกภาพข้าวต้มกุ้ง หลายคนคงนึกถึงข้าวต้มสีขาว ๆ ใส่กุ้งและใส่ผักโรยใช่ไหมคะ แต่ข้าวต้มกุ้งพิโรธเมนูนี้ ลักษณะพิเศษคือของมันก็คือสีแดงเพลิงจากมันกุ้งที่ลอยยั่วยวนชวนให้ตักเข้าปาก กุ้งที่ใช้ก็ต้องเป็นกุ้งแม่น้ำขนาดกลางหรือใหญ่ ที่ปรุงจนได้รสชาติเผ็ดร้อนและหอมจัดจ้านจากรากผักชี กระเทียม พริกไทย หรือพูดง่ายๆ มันคือ กุ้งทอดกระเทียมพริกไทยรสจัดที่ราดอยู่บนข้าวต้มร้อน ๆ นั่นเองค่ะ

     เมื่อรวมองค์ประกอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะกุ้งตัวโต (กว่าข้าวต้มกุ้งทั่วไป) มันกุ้งสีแดงจัดจ้าน และรสชาติอันเผ็ดร้อนเข้าไว้ด้วยกัน ก็คงไม่มีชื่อไหนที่จะเหมาะกับเมนูมากไปกว่า ข้าวต้มกุ้งพิโรธ แล้วละค่ะ

ส่วนผสม กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ กุ้งแม่น้ำสด ๆ ตัวขนาดกลางหรือใหญ่ 4-6 ตัว
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ รากผักชี กระเทียม และพริกไทยโขลกหรือปั่นละเอียด 1/4 ถ้วยตวง (อัตราส่วนทั้งสามอย่างเท่า ๆ กัน)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันพืช 3-6 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทอดกุ้ง)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือ (สำหรับปรุงรสชาติ)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผักชี (สำหรับโรยหน้า)

ส่วนผสม ข้าวต้มขาว (สำหรับ 2 ที่)   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ข้าวสวย 1 ถ้วยตวง
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร

วิธีทำข้าวต้มขาว     1. เทข้าวสวยและน้ำเปล่าใส่หม้อ
     2. นำขึ้นตั้งไฟ ต้มไฟอ่อน ๆ จนข้าวบาน รอจนข้าวต้มออกข้น ๆ ก็ถือเป็นอันใช้ได้ (ถ้าใครไม่อยากตั้งไฟ เอาส่วนผสมใส่ชามสำหรับเข้าไมโครเวฟ แล้วเวฟจนกระทั่งเม็ดข้าวบานก็ได้ แต่น้ำจะไม่ค่อยข้นแบบตั้งไฟ ถ้าอยากได้ข้นต้องลดปริมาณน้ำนิดหน่อยค่ะ)

วิธีทำกุ้งทอดกระเทียมพริกไทย

ข้าวต้มกุ้งพิโรธ

     1. ปอกเปลือกกุ้ง เก็บหัวกุ้งไว้ เอาออกแต่เปลือกด้านบนที่อยู่ส่วนหัว (ดูภาพประกอบ) และพยายามอย่าให้เสียมันกุ้งไป จากนั้นผ่าหลังดึงไส้ออกให้สะอาด เก็บหางไว้ด้วย

ข้าวต้มกุ้งพิโรธ

     2. เทน้ำมันใส่กระทะให้สูงจากก้นกะทะมาประมาณ 1/3 ของตัวกุ้ง ตั้งไฟกลางค่อนข้างแรง ใส่รากผักชี กระเทียมพริกไทย และน้ำตาลทรายลงไป เจียวให้หอมฟุ้ง (การใส่น้ำตาลทรายลงไปพร้อมกับรากผักชีเวลาทำกุ้งทอดกระเทียมนี้ จะทำให้อาหารมีกลิ่นคาราเมลอ่อน ๆ แล้วรสชาติจะกลมกล่อม ถ้ากลัวหวานอาจจะลดปริมาณน้ำตาลลง แต่แนะนำว่าใส่สักนิดก็ยังดีค่ะ)
     3. ใส่กุ้งลงไป สาดน้ำปลาใส่ข้างกระทะ ให้น้ำปลาโดนกระทะร้อน ๆ (วิธีนี้เรียกว่าเผาน้ำปลา จะทำให้น้ำปลามีกลิ่นหอม) แล้วผัดกุ้งต่อให้สุกค่ะ
     4. ชิมรสชาติ ถ้าไม่เค็มสามารถเติมเกลือเพิ่มได้จนกว่าจะถูกปาก ก็เป็นอันเสร็จสำหรับกุ้งทอดกระเทียมค่ะ

ข้าวต้มกุ้งพิโรธ

      พอทุกอย่างพร้อมก็เสิร์ฟด้วยการราดกุ้งทอดกระเทียมพริกไทยลงบนข้าวต้มร้อน ๆ แล้วตักรากผักชี กระเทียมพริกไทย และน้ำมันจากกระทะ ราดตามลงไป และปิดท้ายด้วยการโรยผักชี เท่านี้ก็ได้เวลาซดข้าวต้มร้อน ๆ หอมกลิ่นมันกุ้งและเครื่องปรุงที่ช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่าในยามเช้าได้อย่างดี

     ต่อมหิวเริ่มทำงานทันทีพอเห็นข้าวต้มกุ้งพิโรธ ใส่กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย ทำตั้งแต่เช้ากินตอนเที่ยงหรือเย็นก็ยังอร่อย
     อาหารเช้าถ้วยนี้เป็นเพียงตัวอย่างไอเดียทำอาหารแจ่ม ๆ ที่เราหยิบยกมาจากหนังสือ "Breakfast Moment มื้อเช้านี้ดีต่อใจ" ถ้าใครสนใจเมนูอาหารเช้าอื่น ๆ ที่ทั้งภาพสวย น่ากิน แถมยังกระตุกต่อมหิวได้เป็นอย่างดี สามารถติดตามกันต่อได้จากในหนังสือ "Breakfast Moment มื้อเช้านี้ดีต่อใจ" ตามร้านหนังสือชั้นนำเลยจ้า

ข้าวต้มกุ้งพิโรธ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
หนังสือ Breakfast Moment มื้อเช้านี้ดีต่อใจ
เรื่อง : ต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์, สำนักพิมพ์ BUNBOOKS