Home »
สุขภาพ
»
5 พฤติกรรมเสี่ยง “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”
5 พฤติกรรมเสี่ยง “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”
5 พฤติกรรมเสี่ยง “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”
หากพูดถึง “หมอนรองกระดูก” แล้ว
วัยรุ่นส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยให้ความสนใจสักเท่าไร
แต่ถ้าเริ่มทำงานไปได้สักพัก คุณจะเริ่มได้ยินคำนี้บ่อยขึ้น
หรือบางทีอาจได้ยินเองจากปากของหมอ
เมื่อคุณไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก็เป็นได้
หมอนรองกระดูก คืออะไร?
หมอนรองกระดูก คือเนื้อเยื่อที่ลักษณะด้านนอกเป็นเหมือนพังผืดเหนียวๆ
ซ้อนกันเป็นวงรอบหลายๆ ชั้น และด้านในนุ่มๆ หยุ่นๆ คล้ายวุ้น
พบในบริเวณส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ
ที่วางพาดยาวไปตั้งแต่คอ อก จนถึงเอว
หมอนรองกระดูก มีหน้าที่ และความสำคัญอย่างไร?
หมอนรองกระดูกทำหน้าที่เป็นข้อต่อในการขยับของกระดูกสันหลัง
และรับแรงกระแทกเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น นั่ง ยืน กระโดด เอนหลัง บิดตัว
และอื่นๆ เหมือนกับเป็น “โช้คอัพ” ให้กับกระดูกสันหลังของเรา
ของนอกจากนี้หมอนรองกระดูกยังคอยปกป้องไม่ให้กระดูกสันหลังเคลื่อนที่อีกด้วย
ทำไมวัยทำงานถึงเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?
ที่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นอาการที่พบได้บ่อยๆ ในหมู่วัยทำงาน
อายุระหว่าง 20-50 ปีนั้น เพราะเป็นวัยที่ใช้ร่างหนัก พักผ่อนน้อย
และอาจจำเป็นต้องทำงานในสถานที่ และเวลาที่จำกัดอยู่เสมอๆ
รวมถึงพฤติกรรมเหล่านี้ที่เสี่ยงต่ออาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีอาการอย่างไร?
เมื่อกระดูกสันหลังได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง
หรือหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ
ของเหลวภายในหมอนรองกระดูกอาจไหลทะลักออกมา แล้วไปกดทับเส้นประสาทรอบๆ
จนทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นได้ สัญญาณของอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
คือ
– ปวดบริเวณเอว คอ อก หรือหลังช่วงล่าง ปวดจิ๊ดๆ เหมือนไฟฟ้าช็อต ปวดๆ หายๆ มากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป
– บางครั้งอาการปวดอาจร้าว หรือเจ็บแปลบไปถึงต้นขา น่อง หรือเท้าได้
– อาจมีอาการชาในบริเวณที่ปวด
– บริเวณเอว หลังช่วงหลัง หรือคอรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ขยับลำบาก
– กล้ามเนื้อบริเวณคอ หลัง เอว อก ต้นขา น่องขา หรือหลังเท้าอ่อนแรง
– หากอาการรุนแรง อาจรู้สึกชาไปถึงรอบอวัยวะเพศ รอบก้น และการขับถ่าย หรือปัสสาวะลำบาก
พฤติกรรมเสี่ยง หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ หรือมากเกินไป
ยกของหนักซ้ำๆ ท่าเดิมๆ และไม่ระมัดระวัง
ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องทำงานอยู่ในบริเวณที่มีการสั่นสะเทือนบ่อยๆ เช่น เขตก่อสร้าง
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
อยู่ท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานเกินไป โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป
อยู่ในช่วงอายุวัยชรา หรืออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
ขาดการออกกำลังกายเป็นประจำ
สูบบุหรี่จัด
วิธีรักษา หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
วิธีรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีหลายวิธี
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เป็นอยู่
โดยอาจเริ่มจากการทานยาเพื่อลดความปวด และการอักเสบ
จากนั้นจึงทำกายภาพบำบัด และอาจฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาท
ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด
ป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้อย่างไร?
ไม่ยกของหนัก หรือยกของท่าเดิมๆ มากเกินไป
ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงานทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
หมั่นออกกำลังกาย ทำการบริหารเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลัง และหน้าท้องให้แข็งแรง
ท่ากายบริหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง และหน้าท้อง ป้องกันอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
นอนหงาย ยกขาขึ้นข้างหนึ่งให้สูงจากพื้นประมาณ 1คืบ เข่าเหยียดตรง กระดกปลายเท้าเข้าหาตัว ค้างไว้ 5 วินาที แล้วทำสลับกับขาอีกข้าง
นอนหงาย ใช้มือทั้งสองกอดเข่าข้างหนึ่ง โน้มเข่าลงมาให้ชิดลำตัว ค้างไว้ 5 วินาที แล้วทำสลับกับเข่าอีกข้าง
นอนหงาย ชันเข่าขึ้น ประสานมือสองข้างไว้ด้านหลังบริเวณเอว จากนั้นแขม่วท้อง กดหลังลงค้างไว้ 5 วินาที
ในแต่ละท่า ควรทำซ้ำ 3-5 ครั้ง ทุกวัน
หากมีอาการปวดหลังรุนแรง และปวดขาร่วมด้วย
อาจเป็นอาการหมองรองกระดูกทับเส้นประสาท ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
และเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีโดยเร็วที่สุด
#1แชร์=1ธรรมทาน แชร์ไปได้บุญ สร้างกุศลความดี
#ถ้าข้อมูลนี่เป็นประโยชน์และสามารถช่วยใครได้อีกหลายๆคน อย่าเก็บไว้อ่านคนเดียวน๊า!! อย่าลืมส่งให้คนที่คุณรัก ได้อ่านด้วยนะคะ