Home »
ความรัก
»
เลิกสงสารคนนานแล้ว เพราะเวลาเราลำบาก ไม่เคยมีใครสงสารเหมือนกัน
เลิกสงสารคนนานแล้ว เพราะเวลาเราลำบาก ไม่เคยมีใครสงสารเหมือนกัน
เลิกสงสารคนนานแล้ว เพราะเวลาเราลำบาก ไม่มีใครเคยมาช่วยเราเหมือนกัน
อย่าหวังพึ่งคนอื่นจนเป็นนิสัย…อย่าหวังให้ใครเขาช่วยอยู่เสมอ
ไม่มีใครอยากเหนื่อย อยากล้า ใครๆ ก็อยากอยู่อย่างสบายใจสบายกาย
แต่ทำไมเราจึงรู้สึกเหนื่อย ล้า ท้อ? บางครั้งสาเหตุอาจไม่ได้มาจากคนอื่น
แต่อาจเป็นเพราะตัวเราเองนั่นแหละ
1.คนที่ระแวงผู้อื่นอยู่เสมอ มักเป็นคนจิตใจคับแคบ ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุขได้ยาก
2.คนที่มีแต่ความอาฆาตและปรักปรำในหัวใจ จะจมอยู่กับอดีตและจะกลายเป็นคนถมไม่เต็ม
3.คนที่พยายามทำตัวให้เป็นที่รักของคนอื่นอยู่เสมอ…ชีวิตไม่เป็นของตนเอง
เพราะชีวิตของเขาต้องคอยดูสีหน้าของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ จงจำไว้ว่า
“แม้องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา”
4.งานเล็กไม่ยอมทำ จะทำงานใหญ่ได้อย่างไร อย่าคอยแต่เอามือล้วงกระเป๋าแล้วยืนดู ทำหน้าที่ใดต้องกระตือรือร้น
5.ทำกิจการใดมีต้นมีปลาย อย่าเป็นคนได้ใหม่แล้วลืมเก่า ไม่มีความสม่ำเสมอ
6.อย่าตั้งเป้าไว้สูงจนเกินไป เพราะมันอาจเป็นไปได้ยาก และง่ายต่อการเลิกล้มกลางคัน
7.สร้างมาตรฐานให้กับตนเองบ้าง อย่าเอาแต่เป็นต้นอ้อที่ลู่ตามลมโดยไม่มีจุดยืนเป็นของตนเอง
8.ไม่หวังพึ่งคนอื่นจนติดเป็นนิสัย กำลังใจเกิดจากใจตนมีกำลัง อย่าหวังได้จากใครเขาอยู่เสมอ
9.ไม่เป็นซุปเปอร์แมนที่เด่นอยู่คนเดียว
ต้องรู้จักฟังความเห็นของคนอื่นด้วย
ไม่ทำตนเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่เอาแต่ใจตนเอง รู้ผิดต้องรู้แก้ไข
รู้ว่าผิดไม่ยอมแก้ไขสุดท้ายก็โดดเดี่ยวเดียวดาย
10.อย่าหาแต่เงินจนลืมหาความสุข ทำงานกับพักผ่อนต้องจัดสรรให้ลงตัว
อย่าเป็นเรือที่ออกจากท่าแล้วลอยวนจนลืมเข้าฝั่ง
ไม่มีงานใดในโลกที่ทำแล้วจบสิ้น ไม่เช่นนั้นจะมีพรุ่งนี้ไปทำไม!…
– cr. นุสนธิ์บุคส์ –